การควบคุมโครงการ

พื้นฐานการวิเคราะห์ความล่าช้าในโครงการก่อสร้าง

การวิเคราะห์ Delay ต้องเชื่อมเหตุการณ์กับ Schedule, Critical Path, หลักฐาน และเงื่อนไขสัญญา ไม่ใช่ดูเพียงว่างานเสร็จช้ากว่าแผนกี่วัน

อ่านประมาณ 5 นาที เข้าชม 0 ครั้ง
CM+ Knowledge Hub
เปิดดูสารบัญ

ความล่าช้าในโครงการก่อสร้างไม่ได้มีความหมายเดียว เหตุการณ์หนึ่งอาจทำให้กิจกรรมช้าลงแต่ไม่กระทบวันเสร็จ เพราะยังมี Float หรือทีมสามารถเปลี่ยนลำดับงานได้ อีกเหตุการณ์อาจกระทบ Milestone สำคัญทันที การวิเคราะห์จึงต้องแยก “เหตุการณ์เกิดขึ้น” “กิจกรรมได้รับผล” และ “วันเสร็จได้รับผล” ออกจากกัน

เริ่มจากนิยามและคำถามที่ชัด

ก่อนวิเคราะห์ควรกำหนดว่าต้องการตอบคำถามใด เช่น เหตุการณ์ใดกระทบ Critical Path ในช่วงหนึ่ง เหตุใด Milestone จึงเลื่อน หรือแผนฟื้นฟูมีผลอย่างไร คำว่า Delay อาจหมายถึงการเริ่มช้า ระยะเวลายาวขึ้น การหยุดงาน หรือวันที่เสร็จเลื่อน การใช้คำเดียวโดยไม่ระบุระดับทำให้ฝ่ายต่าง ๆ เข้าใจไม่ตรงกัน

Critical กับ Non-critical Delay

Critical Delay คือความล่าช้าที่ส่งผลต่อเส้นทางควบคุมหรือ Milestone ตามเครือข่ายแผนงาน ณ เวลาที่เกี่ยวข้อง ส่วน Non-critical Delay อาจใช้ Float หรือกระทบเป้าหมายย่อยโดยไม่เปลี่ยนวันจบรวม สถานะนี้เปลี่ยนได้ จึงควรใช้ Schedule update ที่สะท้อนข้อมูล ณ ช่วงเหตุการณ์ ไม่ใช่นำแผนล่าสุดย้อนกลับไปอธิบายทุกช่วงเวลา

แนวคิด Excusable และ Non-excusable

ในงานบริหารสัญญาอาจมีการจำแนกเหตุที่อาจให้สิทธิขยายเวลา เหตุที่ไม่ให้สิทธิ หรือเหตุที่เกี่ยวกับการชดเชย แต่คำตอบขึ้นกับถ้อยคำสัญญา การแจ้งเหตุ การจัดสรรความเสี่ยง กฎหมาย และข้อเท็จจริงของโครงการ ไม่ควรใช้คำจำแนกทั่วไปแทนการอ่านเอกสารสัญญาหรือคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้อง

Concurrent Delay ต้องพิจารณาอย่างระมัดระวัง

คำว่า Concurrent Delay มักใช้เมื่อมีเหตุหลายด้านเกิดในช่วงใกล้กัน แต่เกณฑ์ว่าต้องเกิดพร้อมกันเพียงใด ต้องกระทบ Critical Path แยกกันหรือไม่ และมีผลทางสิทธิอย่างไรอาจแตกต่างตามสัญญาและเขตอำนาจ การเห็นกิจกรรมสองรายการช้าในเดือนเดียวกันยังไม่เพียงพอสำหรับข้อสรุป

ข้อมูลที่ควรเก็บตั้งแต่วันแรก

  • Baseline และ Schedule update ที่มี Data Date ชัดเจน
  • Daily report, รูปถ่าย, บันทึกกำลังคนและเครื่องจักร
  • RFI, Submittal, Drawing register และลำดับการอนุมัติ
  • คำสั่งเปลี่ยนแปลง หนังสือแจ้ง และบันทึกการประชุม
  • ข้อมูลจัดซื้อ ส่งมอบ ตรวจรับ และข้อจำกัดพื้นที่
  • แผน Lookahead และหลักฐานการลดผลกระทบ

เชื่อมเหตุการณ์กับผลกระทบอย่างเป็นขั้นตอน

  1. สร้าง Timeline ของข้อเท็จจริงจากหลักฐานร่วมสมัย
  2. ระบุกิจกรรมและ Work Package ที่ได้รับผล
  3. ตรวจ Logic, Float และ Critical Path ณ ช่วงนั้น
  4. แยกผลของเหตุการณ์ออกจากปัญหาอื่นเท่าที่ข้อมูลรองรับ
  5. ประเมินการตอบสนอง การเปลี่ยน Sequence และ Mitigation
  6. บันทึกสมมติฐานและข้อจำกัดของข้อมูล

หลีกเลี่ยงข้อสรุปที่เร็วเกินไป

การเปรียบเทียบวันที่ Baseline กับ Actual เพียงสองจุดบอกความแตกต่าง แต่ยังไม่พิสูจน์เหตุและสิทธิ การวิเคราะห์ที่น่าเชื่อถือควรทำซ้ำได้ อ้างอิงข้อมูลที่มีอยู่ในช่วงเวลา และแยกข้อเท็จจริงออกจากความเห็นอย่างชัดเจน ประเด็นทางกฎหมายหรือสัญญาควรได้รับการพิจารณาตามเงื่อนไขและเขตอำนาจของโครงการนั้น

นำความรู้ไปใช้กับโครงการจริง

วางแผนให้ชัด ควบคุมให้ทัน และตัดสินใจจากข้อมูล

สำรวจบริการและซอฟต์แวร์ของ CM Planning Plus หรือพูดคุยกับเราเกี่ยวกับโจทย์ของโครงการคุณ

อ่านต่อ

CM+ Knowledge
การควบคุมโครงการ 4 นาที

Planned vs Actual: อ่านสถานะความก้าวหน้าโครงการก่อสร้างอย่างไร

เปอร์เซ็นต์ Planned และ Actual มีประโยชน์เมื่อใช้ Baseline, Cut-off Date และกติกาวัดผลเดียวกัน พร้อมคำอธิบาย Variance ที่ลงถึงระดับงาน

เข้าชม 0 ครั้ง
อ่านบทความ
CM+ Knowledge
การควบคุมโครงการ 5 นาที

S-Curve งานก่อสร้างคืออะไร? ใช้ติดตามความก้าวหน้าโครงการอย่างไร

S-Curve ช่วยสื่อสารแนวโน้มสะสมของแผนและผลงานจริง แต่ต้องเข้าใจฐานข้อมูล Cut-off Date และวิธีให้น้ำหนักก่อนตีความ

เข้าชม 0 ครั้ง
อ่านบทความ
CM+ Knowledge
เทคโนโลยีก่อสร้าง 5 นาที

เครื่องมือดิจิทัลช่วยควบคุมโครงการก่อสร้างได้อย่างไร

เลือก Spreadsheet, Scheduling, Dashboard, Document System และ Mobile Data ให้เหมาะกับ Workflow พร้อมวางกติกาข้อมูลก่อนทำ Automation

เข้าชม 0 ครั้ง
อ่านบทความ