Critical Path Method หรือ CPM เป็นวิธีคำนวณลำดับกิจกรรมที่กำหนดระยะเวลาเสร็จของเครือข่ายแผนงาน ณ เวลาที่วิเคราะห์ แนวคิดนี้ช่วยให้ทีมเห็นว่างานใดมีความยืดหยุ่นน้อย งานใดสามารถเลื่อนได้ภายในขอบเขตหนึ่ง และการเปลี่ยนแปลงตรงไหนควรได้รับความสนใจเป็นพิเศษ อย่างไรก็ตาม Critical Path ไม่ใช่ป้ายถาวร กิจกรรมวิกฤตสามารถเปลี่ยนได้เมื่อความก้าวหน้า ระยะเวลาคงเหลือ หรือตรรกะเปลี่ยน
CPM เริ่มจากเครือข่ายกิจกรรม
กิจกรรมแต่ละรายการต้องมีระยะเวลาและความสัมพันธ์กับกิจกรรมอื่น โปรแกรมจะคำนวณเส้นทางที่เป็นไปได้จากจุดเริ่มไปยังจุดสิ้นสุดของโครงการ เส้นทางที่ควบคุมวันที่เสร็จตามตรรกะปัจจุบันเรียกว่า Critical Path โดยทั่วไปกิจกรรมบนเส้นทางนี้มี Total Float ต่ำมากหรือเป็นศูนย์ตามการตั้งค่าของแผน
Early Dates และ Late Dates
Forward Pass ใช้คำนวณวันที่เร็วที่สุดที่กิจกรรมสามารถเริ่มและเสร็จได้ตามตรรกะ ส่วน Backward Pass คำนวณวันที่ช้าที่สุดที่กิจกรรมสามารถเริ่มหรือเสร็จโดยไม่กระทบวันที่เป้าหมายภายใต้เงื่อนไขของโมเดล ความแตกต่างระหว่างชุดวันที่ช่วยให้ได้ค่า Float
Float ไม่ได้หมายถึงเวลาว่างที่ใครก็ใช้ได้
Total Float แสดงความยืดหยุ่นของกิจกรรมเทียบกับปลายทางที่กำหนดในเครือข่าย ขณะที่ Free Float มองผลต่อกิจกรรมถัดไปโดยตรง การใช้ Float ต้องพิจารณาเงื่อนไขสัญญา นโยบายโครงการ และผลต่อผู้เกี่ยวข้อง ไม่ควรสรุปว่าเป็นทรัพยากรของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งโดยอัตโนมัติ
ตัวอย่างเครือข่ายอย่างง่าย
สมมติว่าหลังอนุมัติ Shop Drawing มีสองสายงาน สายแรกคือผลิตและติดตั้งโครงเหล็กใช้รวม 20 วัน อีกสายคือเตรียมพื้นที่ใช้ 8 วัน งานติดตั้งขั้นสุดท้ายต้องรอทั้งสองสาย หากไม่มีข้อจำกัดอื่น สายโครงเหล็กมีแนวโน้มเป็นเส้นทางควบคุม แต่หากการเตรียมพื้นที่เกิดปัญหาและ Remaining Duration เพิ่มขึ้น เส้นทางควบคุมอาจย้ายมาอีกสายได้
- อย่าดูเฉพาะสีแดงในโปรแกรมโดยไม่ตรวจ Logic
- ทบทวน Constraint, Calendar และ Lag ที่อาจบิดผลคำนวณ
- ดู Near-critical Path เพราะ Float อาจถูกใช้หมดอย่างรวดเร็ว
- ตรวจความสอดคล้องระหว่างสถานะหน้างานกับ Actual และ Remaining Duration
ความล่าช้าไม่ได้กระทบวันจบทุกครั้ง
กิจกรรมที่ล่าช้าอาจใช้ Float โดยยังไม่เปลี่ยนวันเสร็จโครงการ ในทางกลับกันกิจกรรมที่เดิมไม่วิกฤตอาจกลายเป็นวิกฤตภายหลัง จึงไม่ควรกล่าวว่าความล่าช้าทุกเหตุการณ์ทำให้ทั้งโครงการล่าช้า การประเมินต้องดูตำแหน่งของกิจกรรมในเครือข่าย ณ ช่วงเวลาที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการแก้ไขและการเปลี่ยนลำดับงานของทีม
ใช้ CPM เป็นเครื่องมือถามคำถาม
CPM มีคุณค่ามากที่สุดเมื่อใช้ตั้งคำถามว่าเหตุใดงานนี้จึงควบคุม Milestone มีทางเลือกด้าน Sequence หรือ Resource หรือไม่ ข้อมูลใดต้องได้รับอนุมัติก่อน และแผนฟื้นฟูจะเปลี่ยนความเสี่ยงไปที่ใด การคำนวณจากโปรแกรมเป็นจุดเริ่มต้น ส่วนการตัดสินใจยังต้องอาศัยความเข้าใจวิธีทำงานและข้อมูลจริงจากโครงการ